Dar al Oud gears up for UK expansion

ดาร์ อัล อูดเตรียมพร้อมขยายตลาดสู่เมืองผู้ดี

ดาร์ อัล อูด ผลิตภัณฑ์น้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์เกรดพรีเมียม 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลผลิตจากความพิถีพิถันในการคัดสรรไม้กฤษณาคุณภาพดีที่สุดและบริสุทธิ์สูงสุด ได้ขยายธุรกิจไปในตลาดสหราชอาณาจักรแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแผนการขยายแบรนด์ออกไปทั่วโลกในอีก 5 ปีข้างหน้านี้

“อูด” เป็นภาษาอาหรับใช้เรียกเครื่องหอมที่ได้จากไม้กฤษณาซึ่งเป็นสายพันธุ์ไม้ที่ราคาแพงที่สุดในโลก และถือว่าเป็นไม้ที่มีคุณค่าสูงในหลายประเทศทั่วโลกเนื่องจากกลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกสูงส่งอันเป็นเอกลักษณ์

ดร. แอนดรูว สตีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า เดอะ ทรีด้อม กรุ๊ป ได้เปิดตัวธุรกิจค้าน้ำมันกฤษณาออกไปในระดับสากลโดยเริ่มต้นจากการขายออนไลน์ และขณะนี้บริษัทก็ได้จัดตั้งความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการขยายตลาดสินค้าและเปิดตัวแบรนด์ในสหราชอาณาจักร อีกทั้งบริษัทก็กำลังก่อตั้งสำนักงานและร้านค้าปลีกขึ้นในรัฐดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อีกด้วย “เราได้ทำการสำรวจความต้องการของตลาดในสหราชอาณาจักร และยุโรปแล้ว ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก” แอนดรูวกล่าว

“ตลาดน้ำมันกฤษณาในกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักรยังถือว่าเป็นตลาดใหม่เมื่อเทียบกับตลาดในตะวันออกกลาง แต่เรามองเห็นโอกาสดีที่จะเข้าไปทำตลาดในแถบนี้เนื่องจากศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุดเป็นอันดับสองในแถบนี้ และจำนวนชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ที่นี่นั้นมีจำนวนมากถึง 2.7 ล้านคน คิดเป็น ร้อยละ4.8 ของประชากรทั้งหมด มีชาวอังกฤษเชื้อสายอาหรับอยู่ถึง 240,000 คนจากรายงานในปี 2554 และในจำนวนนั้นมีกว่า 110,000 คนที่อาศัยอยู่ในลอนดอน คาดว่าปัจจุบันจำนวนประชากรชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ยุโรปนั้นมีถึงประมาณ 5 ล้านคน”

ดร. แอนดรูว อธิบายต่อว่า เนื่องจากความต้องการในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำมันกฤษณานั้นสูงมากในกลุ่มชาวมุสลิม เราจึงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ออกมาเป็นแบรนด์ “ดาร์ อัล อูด” แบรนด์ที่ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์อันทรงเสน่ห์จากคุณค่าของสารสกัดบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ของไม้กฤษณา หนึ่งในไม้หอมที่มูลค่าสูงที่สุดในโลก

คร. แอนดรูว กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้บริษัทกำลังวางแผนการโปรโมทสินค้าในสหราชอาณาจักรเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคยุโรปให้ได้ประมาณ 1% โดยตั้งเป้าว่าจะมียอดขายในตลาดต่างประเทศประมาณ 3 ล้านปอนด์ (150 ล้านบาท) จากการเปิดช่องทางการขายในสหราชอาณาจักร ในช่วง 12 เดือนข้างหน้านี้

Leave a Comment